WiFi Hotspot จะลงทุนเองหรือแบ่งรายได้กับบริษัทผู้ติดตั้ง

การติดตั้ง WiFi Hotspot นั้นอาจแบ่งกว้างๆ ตามการลงทุนได้เป็น 2 แบบ

  1. เจ้าของลงทุนเอง
  2. แบ่งผลประโยชน์กับบริษัทที่ติดตั้ง

การติดตั้ง WiFi Hotspot แบบเจ้าของลงทุนเอง
การติดตั้งแบบนี้เจ้าของต้องลงทุนเองทั้งหมดในตอนแรก นอกจากนี้ยังต้องดูแลเองอีกด้วย หมายถึงถ้าอุปกรณ์ส่วนใดมีปัญหา เจ้าของต้องแก้ปัญหาเอง(หากไม่อยู่ในประกันแล้ว ซึ่งส่วนมากจะไม่เกิน 1 ปี)เหมาะมากกว่าถ้าผู้เช่าเต็มทุกห้องและมีความต้องการใช้ WiFi มาก ทำให้หากลงทุนแล้วจะทำให้ทุนไม่จมนาน

ข้อดีของการลงทุนเอง

  • ไม่ต้องแบ่งผลประโยชน์กับใคร
  • ตัดสินใจเองทุกขั้นตอน เลือกอุปกรณ์ได้เอง
  • ควบคุม ดูแลและบริการผู้เช่าด้วยตัวเองทั้งหมด

ข้อเสียของการลงทุนเอง

  • ต้องมีเงินลงทุนสูงในตอนเริ่มต้นระบบหลายหมื่นบาท หรืออาจถึงแสนขึ้นกับขนาดของการลงทุน
  • ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในระบบที่ติดตั้งพอสมควร
  • มีค่าใช้จ่ายรายเดือนเช่นค่าอินเตอร์เน็ต
  • แก้ปัญหา หรือเสียค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์เอง

การติดตั้ง WiFi Hotspot แบบแบ่งผลประโยชน์กับบริษัทรับติดตั้ง
การติดตั้งแบบนี้เหมาะสำหรับอพาร์ทเม้นท์หรือหอพักที่เพิ่งเปิดให้บริการและ ยังไม่มีผู้เช่าเต็มทุกห้อง ซึ่งการลงทุนเองในตอนแรกที่ผู้เช่ายังไม่เยอะนัก มีความเสี่ยงสูงว่าเงินลงทุนในการติดตั้งระบบจะจมนาน ดังนั้นการแชร์รายได้กับบริษัทผู้ติดตั้งจึงเป็นทางออกที่ดี ทำให้เราสามารถหมุนเงินลงทุนไปทำอย่างอื่นเพื่อพัฒนาส่วนอื่นได้ให้เป็นจุด ดึงดูดผู้เช่าได้มากกว่า

ข้อดีของการแบ่งผลประโยชน์กับบริษัทผู้ติดตั้ง

  • ไม่ต้องลงทุนในตอนเริ่มแรก
  • ไม่ต้องมีความรู้มากนัก เพราะผู้ติดตั้งเป็นผู้บริหารระบบให้เรา
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน (ในกรณีที่ผู้ติดตั้งออกค่าอินเตอร์เน็ต)
  • ไม่มีค่าบำรุงรักษารายเดือน เนื่องจากอุปกรณ์เป็นความรับผิดชอบของผู้ติดตั้ง

ข้อเสียของการแบ่งผลประโยชน์กับบริษัทผู้ติดตั้ง

  • ต้องแบ่งรายได้กับผู้ติดตั้ง
  • ไม่สามารถควบคุมให้ใช้อุปกรณ์หรือระบบที่เราต้องการได้

อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้ประกอบการจะเลือกวิธีใด การให้บริการ WiFi Hotspot ในหอพัก หรืออพาร์ทเม้นท์ถึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบันเพราะถือเป็นตัว เลือกหนึ่งที่จะทำให้ผู้เช่าตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่ใช้บริการของเราได้